การพ่วงแบตเตอรี่รถยนต์อย่างถูกวิธี

By | ตุลาคม 31, 2016

jump_car

ทำไมจึงต้องต่อสายพ่วงแบตเตอรี่ตามขั้นตอนข้างต้น ?

  • การที่เราต่อสายเส้นแรกต่อเข้ากับขั้วบวกของแบตเตอรี่ที่หมดก่อน เพราะถ้าปลายสายที่เหลือไปสัมผัสกับส่วนของรถที่เป็นโลหะ ก็จะไม่เกิดการจุดประกายไฟ หรือเกิดประกายไฟที่น้อยกว่า และขั้นตอนที่เหลือก็เป็นการต่อแบตเตอรี่ที่ให้วงจรไฟสมบูรณ์น้อยที่สุดจน กว่าจะต่อสายกราวด์เส้นสุดท้าย
  • การที่เราไม่ต่อสายแบตเตอรี่ขั้วลบเส้นสุดท้ายเข้ากับแบตเตอรี่โดยตรง ก็เพื่อป้องกันประกายไฟเข้าแบตเตอรี่ ซึ่งอาจก่อให้เกิดการระเบิดของแบตเตอรี่ได้ หลายคนไม่ทำตามขั้นตอนนี้ เพราะไม่เชื่อว่าการต่อแบบนี้จะทำให้วงจรไฟสมบูรณ์
  • แบตเตอรี่รถยนต์มีสายกราวด์ต่อเข้ากับแชสซีของรถอยู่แล้ว ดังนั้นการต่อสายพ่วงแบตเตอรี่เส้นสุดท้ายเข้ากับส่วนที่เป็นโลหะของรถยนต์ ก็เหมือนกับการต่อสายกราวด์ที่ขั้วแบตเตอรี่

เริ่มชาร์จแบตเตอรี่

ติดเครื่องรถยนต์คันที่แบตเตอรี่มีสภาพดี ( อย่าลืมปิดไฟหน้าของรถ เพื่อให้พลังงานเข้าสู่แบตเตอรี่ที่หมดได้อย่างเต็มที่ ) รอประมาณหนึ่งนาที จากนั้นให้ทำการสตาร์ทเครื่องยนต์ของรถคันที่แบตหมด ถ้าคุณต่อสายได้ถูกต้องและแบตเตอรี่รถยนต์ไม่ได้ชำรุด รถก็จะสามารถติดเครื่องได้ (รถโดยส่วนมากจะติดเครื่องได้ เมื่อแบตเตอรี่มีพลังงาน 12 ถึง 13.6 volts )

การถอดสายพ่วงแบตเตอรี่รถยนต์
เมื่อรถคันที่แบตหมดสามารถติดเครื่องได้แล้ว , คุณสามารถถอดสายพ่วงแบตเตอรี่ออกได้โดยให้ทำตรงข้ามกับการต่อสายแบตเตอรี่ (ระมัดระวัง อย่าให้แคลมป์หนีบของสายแบตเตอรี่ไปสัมผัสกัน:

  1. ถอดสายขั้วลบ (-) ออกจากบล็อกเครื่องยนต์ของรถที่เพิ่งติดเครื่องได้ (คันที่แบตหมด) ขั้นตอนนี้จะเป็นการตัดวงจรไฟ
  2. ถอดสายขั้วลบ(-) จากแบตเตอรี่ของรถที่ให้ต่อพ่วง
  3. ถอดสายแบตเตอรี่ขั้วบวก (+) จากขั้วบวกของแบตเตอรี่รถที่ให้ต่อพ่วง
  4. ถอดสายขั้วบวก (+) จากแบตเตอรี่ของรถคันที่แบตหมด

ทดสอบรถคันที่แบตหมดว่าสามารถติดเครื่องด้วยพลังงานจาก แบตเตอรี่ที่เพิ่งชาร์จได้หรือไม่ ด้วยการดับเครื่องลองติดเครื่องใหม่อีกครั้ง หากทำได้แปลว่าขั้นตอนต่างๆเสร็จสมบูรณ์ แต่ถ้าไม่สามารถติดเครื่องได้ ก็แสดงว่าแบตเตอรี่รถยนต์มีปัญหา ให้ทำการชาร์จแบตใหม่อีกครั้ง แล้วหาใครสักคนขับรถตามคุณกลับบ้าน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *